หนังจากปีที่แล้ว Hugh Laurie ได้รางวัล 3ปีซ้อน จากผลงานการแสดงใน House M.D. กวาดเรียบซะขนาดนี้ ปีนี้หลังจากได้ติดตามผลงานใน House M.D Season 4 แล้วก็ต้องบอกว่า มีลุ้นมากมายอีกเช่นเคย มาดูว่า Hugh Laurie ยังจะกวาดรางวัลนี้ต่อไปหรือไม่ มาดู Nominations ของ Golden Globes 2008 กันครับ

Best Performance by an Actor In A Television Series - Drama
Gabriel Byrne – In Treatment (HBO)
Michael C. Hall – Dexter (SHOWTIME)
Jon Hamm – Mad Men (AMC)
Hugh Laurie – House (FOX)
Jonathan Rhys Meyers – The Tudors (SHOWTIME)

ลุ้นมากว่าจะได้อีกปี... ไปดูลีลาการรับรางวัลของปีที่แล้วกันครับ อย่างฮา ... ไม่แปลกเนื่องจากรับรางวัลบ่อยมาก เลยเตรียมมุขได้ซะขนาดนี้

Hugh Laurie (House MD) Golden Globe

สำหรับคนที่ไม่รู้จักเรื่อง House M.D. นั้น House เป็นเรื่องเกี่ยวกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคพิเศษ คนนึงที่ไม่ยึดถือในกฏการแพทย์ในหลายๆข้อ เพราะมันส่งผลต่อการรักษา เขาเลือกที่จะทำอะไรบ้าบิ่น เพื่อช่วยเหลือคนไข้ในโรคแปลกๆ ที่รักษาไม่หาย มาหา House รักษาได้หมด พร้อมกับบท Drama ที่โดดเด่น ให้เราได้ค่อยๆเรียนรู้ตัวละครที่ไม่ชอบผู้คน แต่ชอบที่จะรักษาผู้คน บทประชดประชัน และแง่มุมของตัวละคร ใครที่ชอบหนังที่ไม่บอกอะไรแล้วเก็ตเอง แนะนำเรื่องนี้ ผมติดอย่างอมแงมครับ

เว็บศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง http://www.electionbkk.co.cc
เป็นหน้าเป็นตาชาติ .th มันก็อันละไม่กี่ตัง บริจาคให้ก็ได้นะ มีคนอยากออกให้อีกเพียบ

แต่ยังไม่หนำใจ ข้อมูลผู้ลงสมัครทุกคน มีใครบ้างเบอร์อะไรยังไม่รู้เลย T_T

โถ....

ปล. powered by joomla ด้วย

เพิ่งจะได้มีโอกาสเห็น campaign โฆษณางานเพลงบนเน็ตกันแบบจริงจัง ปกติไม่ค่อยได้เห็น(หรือจริงๆมีแต่ไม่เห็นก็ไม่รู้)

เปิดเว็บไปเว็บมาวันนี้ ถึงขนาดเลิกขี้เกียจอัพบล็อกกลับมาอัพอีกทีเลย เปิดไปเจอในเว็บไหนจำไม่ได้ แต่เจอเสียงเพลงกระฉากใจของ Dido ทำนองเพลงเสียงร้อง ทำให้หลงไหล จนในที่สุดไปเจอเว็บนี้เข้าจนได้


http://www.safetriphome.com/

ผมรู้สึกดีกับเว็บนี้ค่อนข้างมาก การออกแบบ และการนำเสนอ
จะเป็นยังไงนั้นอยากลองเข้าชมดู หายคิดถึง Dido กันเลยทีเดียว

ปล. กำลังภาษาศึกษาว่า ใช้ vdo ขนาดเท่าไหร่ และ codec อะไร คมชม เสียงเพราะ และโหลดเร็วมาก!!

แอบกลับมาจาก Google Devfest ก่อน งานโดยรวมหวิตหลับไปเหมือนกัน ต้องออกไปเดิมหน่อย สิ่งที่รู้สึกดีกับวันนี้ก็คือ มีนักศึกษาและ developer รุ่นใหม่มากันคึกคักมาก รู้สึกดีที่รุ่นใหม่ๆ ให้ความสนใจกับกิจกรรมพวกนี้ แต่อย่างไรก็ดี คิดว่ากำแพงของภาษา และการแสดงออกเป็นส่วนนึงทำให้เราไม่ได้รับอะไร มากเท่าที่ควร จากแอบๆฟังน้องๆข้างหลังก็บ่นกัน หรือแม้แต่การบอกว่าตัวหนังสือเล็กข้างหลังไม่เห็นก็ไม่ได้บอก

เอาน่า แต่อย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี น่าจะสอดคล้องกับแนวทางการจัดของ Google เพราะว่าส่วนใหญ่ก็เป็นการพูดแนะนำตัว API ต่างๆ ไม่ลงลึกอะไร เหมาะกับการเริ่มต้นที่ดี

มีการยกตัวอย่าง และแนวทางการเริ่มต้นการสร้าง Application บน Hi5 โดยใช้ OpenSocial API เข้าไปเล่นอะไรๆ โดยใช้ Google Gadget นั้นแหละ Call Javascript API ต่างๆที่มี อย่างสำหรับ OpenSocial ก็ call พวกเพื่อน หรือความสัมพันธ์อะไรกันไป

อยากลองเขียนบน Hi5 สามารถไปที่ http://developer.hi5.com แล้ว Add Developer Application เข้าไป หลังจากนี้จะเขียนให้ไปอยู่บน Hi5 ได้ครับ ลองไปเล่นกันดู

จากจุดนี้มองในมุมขอการโฆษณาที่ Google พยายามบุกเข้าไปนั้น การที่มี Open Social นั้นทำให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาโปรแกรมโดยใช้ข้อมูลส่วนตัว ที่หมายถึงก็คือ ความชอบ รสนิยม ต่างๆ นำมาเล่นอะไรต่ออะไรได้ ซึ่งแน่นอน Application บน Social Network ส่วนมากก็หารายได้ด้วยการโฆษณา ซึ่งนั้นเอง ทำให้ Google สามารถปล่อย Ad มาให้ได้ตรง Target มากขึ้น นอกเหนือจาก Adsense ตรงนี้สำคัญมาก Conversion Rate ที่สูงขึ้น สื่อสารได้ตรงกลุ่ม นั้นแน่นอน Win กันทุกฝ่ายถ้วนหน้า

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ไป ก็สามารถเก็บเกี่ยวตามได้จาก link ได้ตามนี้คับ http://tinyurl.com/devfestbangkok
ใจจริงๆอยากฟังต่อในส่วนของ App Engine แต่ดึกเกิ๊น...

ปล. โหลดหน้า reference ต่างๆของ Google Devfest เก็บไว้เผื่อโดนลบไป

P.S. For John... Congratulation for your new Macbook Pro :)
Welcome to Jobs's World again :b

ปั่นงานวุ่นๆ และเตรียมตัวเอกสารค่าย YWC สักพักอดัมก็โทรมาชวนไปวันเกิด FuKDuK จัดที่ pub แถวๆนราธิวาส ประเด็นอยู่ที่ว่าโทรมาตอน 4ทุ่ม คือไม่รู้ว่าอยากให้ไปหรือเปล่า - - ก็เลยรอหวานไปด้วยกัน...

จะว่าถ้าเกิดไม่ชวนอดัมทำ Internet TV เมื่อหลายปีก่อน ป่านนี้คงไม่ได้เจอเพื่อนสนุกๆ เฮฮากันแบบนี้ และได้ผลักดัน Internet TV โดยอ้อมๆ แบบนี้ คือ มันเป็นสิ่งที่อดัมทำได้ และทำได้ดี ที่เอา Production เทพๆ แบบนี้มาใส่ลงใน Internet ให้ดูกันฟรีๆ ยังไงก็ขออวยพรให้ FuKDuK ก้าวต่อไปในทุกๆปี แล้วจะคอยเสริมกำลังให้อยู่ตรงนี้ไม่มีขาด สู้ต่อไปละกัน !!

พอกลับถึงบ้าน ก็รีบเปิดดู Apple Release Product ใหม่ แน่นอนก็ Macbook ใหม่นั้นเอง เปิดดูวู๊บแรก !! เฮ้ย ทำไมมันเฟ่ยแบบนี้ โดยส่วนตัวไม่ชอบขอบแพนด้าสีดำ แล้วไฟลมหายใจของ Macbook ก็หลบไปอยู่ข้างๆ ตอนแรกขัดตา อย่างรุนแรง ไม่เห็นสวย

ผ่านไป 30นาที สวยแฮะ ยิ่งดูยิ่งสวย เรียบหรู และเทใจไป Macbook 13'' จะถอยจาก Pro มาไม่ Pro หลังจากใช้ Macbook Pro มา 4 ปี ที่เลือก Macbook Pro เพราะว่าการ์ดจอที่แรงกว่า, CPU ที่เร็วกว่า, ตัวเครื่องที่เป็นโลหะทนทาน แต่ในเมื่อ Macbook ก็ได้ตามที่ว่าแล้ว แถมยังเล็กและเบากว่า ถ้าใครต้องแบบ Macbook Pro ไว้ที่หลัง ทุกวันเวลาไปไหน แน่ละ หนักเอาเรื่องเลยทีเดียว เลยอยากจะเทใจมาตัวที่เล็กกว่าบ้าง น้ำหนักที่เบาลงกว่า 5ขีด แต่ยังไงก็ตามคงตัดสินใจอีกทีว่าจะ Pro หรือไม่ Pro

อีกอย่างที่ชอบก็คงเป็นจอ LED Cinema Display ตัวใหม่ แก้ปัญหาเรื่องที่หงุดหงิดมานาน เวลามาถึง Office แล้วจะ Extend จอ บนโต๊ะทำงาน แล้วไหนจะต้องต่อ USB keyboard, ลำโพง, เสียบ Power Adapter อีก !!

สรุปคร่าวๆว่าถ้าซื้อ Macbook + LED Cinema Display ราคาก็แถวๆ Macbook Pro พอดี โอ้ว .... ดูมีความสุขชะมัด เกมส์ที่เล่นก็ไม่ต้องการภาพคมชัดอะไรขนาดนั้น งาน Graphic เดี๋ยวนี้ก็ทำน้อยลงมาก Firewire800 ก็ไม่ได้ใช้ Express Card ก็เช่นกัน แต่ที่ต้องดูคือเรื่องขนาดจอแล้ว ว่าเล่น Photoshop แล้วจะมีปัญหามากน้อยแค่ไหน เพราะมีความต้องการใช้จอที่ใหญ่ !!

เอาละ เก็บตังรอ มาไทยเมื่อไหร่จะรีบไปดูตัว และรับมาอยู่เคียงกันนะจ้า อิอิ

ปล. พอได้ตังก็มีเรื่องเสียตังทุกที ตอนนี้ MSI Wind อยู่กับน้ำหวาน สบายดี ดูมีความสุข ^ ^

หลังจากได้ใช้น้องวิน ที่น้ำหวานตั้งชื่อไว้ให้เป็นทีเรียบร้อยแล้ว เป็นเวลา 1 วันเต็ม พูดได้คำเดียวว่ามีความสุขมาก notebook นั้นเย็น เทียบกับ macbook pro ไม่ติดเลยแม้แต่น้อย ประสิทธิภาพการตอบสนองเป็นไปได้รวดเร็วกว่าที่ลงเป็น windows XP เสียอีก การบู้ทเร็วทันใจ

ที่สำคัญ Keyboard มันสบายมือ ไม่เล็กเลย พิมพ์ได้เรื่อยๆไม่ฝืนแม้แต่น้อย จากที่จะซื้อให้น้ำหวานแอบยึดมาเล่นสักเล็กน้อย แหม... อะไรจะแบกไปได้เบาขนาดนั้น

สรุปว่า Happy ถ้าจะให้เชีย netbook รุ่น 15k-18k เชียน Msi Wind ขาดใจซื้อได้ไม่ต้องจองแล้วนะจ้า
หาดูได้ที่ Maxcom Fortune ครับ

PS. to John... Wind can ride the leopard now !! :)

Recent comments

Add to Technorati Favorites